ตังถั่งแห่เช่าหรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า "ถั่งเช่า" แปลเป็นไทยว่า"ฤดูหนาวเป็นหนอนฤดูร้อนเป็นหญ้า"
ที่เรียกว่า"หญ้าหนอน"ก็เพราะว่ายาสมุนไพรชนิดนี้ประกอบด้วย2 ส่วนคือส่วนที่เป็นตัวหนอนเป็นตัวหนอนของ
ผีเสื้อชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าHepialus armoricanus Oberthiir
และบนตัวหนอนมีเห็ดชนิดหนึ่งมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าCordyceps sinensis (Berk.) Saec.
เจริญเติบโตอยู่เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้ในฤดูหนาวเหมือนหนอนแต่ฤดูร้อน
กลับงอกเป็นต้นหญ้าได้จึงเรียกว่า"หญ้าหนอน"
ถั่งเช่าเริ่มมีการบันทึกครั้งแรกในตำราเภสัชศาสตร์"ปึ้งเช่ากังมักจั๊บหยุ่ย"
ถั่งเช่ามีลักษณะพิเศษทั้งนี้เพราะเป็นการรวมตัวของหนอนกับเห็ดชนิดหนึ่งซึ่งก็คือ
มีสปอร์ของเห็ดได้แทงเข้าสู่ตัวอ่อนของหนอนผีเสื้อค้างคาว(รูปลักษณะคล้ายตัวไหม)
ที่ฝังตัวจำศีลอยู่ใต้ดินในฤดูหนาวและเชื้อเห็ดนี้ก็เจริญเติบโตเป็นเส้นใย
โดยอาศัยการดูดสารอาหารและแร่ธาตุจาก
ตัวอ่อนของหนอนนั้นเติบโตขึ้นมาส่วนตัวหนอนเองก็จะค่อยๆตายไป
พอถึงฤดูใบไม้ผลิที่ส่วนหัวของหนอนจะงอกเป็นต้นเห็ด
คล้ายหญ้างอกออกมาต้นหนึ่งรูปลักษณะภายนอกคล้ายไม้กระบอกส่วนตัวหนอน
คงอยู่ในลักษณะของหนอนตายซากอยู่เช่นนั้นถั่งเช่า
ที่ใช้ทำเป็นยาก็คือตัวหนอนและเห็ดที่แห้งแล้วนั่นเอง
ถั่งเช่าส่วนมากเพาะในบริเวณภาคใต้ในมณฑลชิงไห่ เขตซางโตวในธิเบต
นอกจากนี้ ยังมีเพาะเห็ดในมณฑลเสฉวน ยูนนานกุ้ยโจว ถั่งเช่านี้
เก็บในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิเมื่อขุดตัวหนอนขึ้นจากดินแล้ว ล้างน้ำให้สะอาด ตากแห้งก็ใช้เป็นยาได้การเก็บรักษา
ควรเก็บไว้ในที่แห้ง ระวังอย่าให้ชื้นส่วนประกอบ และคุณค่าทางอาหาร ประกอบด้วย
คอร์ดีเซพิน กรดคอร์ดีเซพิก คอร์ดีเซพิกโพลีแซกคาไรด์ โปรตีน กรดอะมิโนชนิดต่างๆ และวิตามีนบี
ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันโรค ช่วยให้เซลล์ ตับ ม้าม และช่องท้องมีสมรรถนะที่ดีขึ้น เพิ่มฮอร์โมนของผู้ชาย
ทั้งยังทำให้ผิวหนังชั้นนอกของต่อมหมวกไตทำงานได้แข็งแรงยิ่งขึ้น ขยายหลอดเลือด
เพิ่มการไหลเวียนของเลือด ทำให้เซลล์เจริญเติบโต และลดความดันโลหิตสูง เป็นต้น |