หน้าแรก - Home
Best Health and Beauty Products in Thailand - สมุนไพรไทย กวาวเครือขาว กวาวเครือแดง สมุนไพร กวาวเครือ
 Main Menu - kwao krua, red kwao krua, white kwao krua
หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
บริการลูกค้า
สั่งซื้อสินค้า
แจ้งชำระเงิน
การคืนสินค้า
คำถามที่พบบ่อย

Member : Beauty Thailand and Health
สมัครเป็นสมาชิก
เข้าสู่ระบบ
ออกจากระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ดูสินค้าในรถเข็น

Products : kwao krua, red kwao krua, white kwao krua
สมุนไพรกวาวเครือ
สมุนไพรเสริมความงาม
สมุนไพรลดน้ำหนัก
สมุนไพรรักษาผมร่วงบาง
สินค้าเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ
สเปรย์ชะลอการหลั่ง
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
สินค้าสำหรับดูแลผิวหน้า
สินค้าสำหรับสุภาพสตรี
สินค้าสำหรับดูแลร่างกาย
สินค้าสำหรับอาบน้ำล้างหน้า
สินค้าสำหรับครัวเรือน
สินค้าสำหรับรถยนต์
สินค้าอื่นที่น่าสนใจ
สมุนไพรจีน
ยาสมุนไพรไทย
กาแฟเพื่อสุขภาพ

เกี่ยวกับกวาวเครือ
ข้อมูลกวาวเครือทางวิชาการ
ผู้ค้นคว้าและพัฒนากวาวเครือ
ต่างชาติแห่กว้านซื้อ
กวาวเครือ'รักษาอัลไซเมอร์
ภาพถ่ายกวาวเครือ
นักวิจัยจุฬาพบไวอากร้าไทย
กวาวเครือในประเทศไทย
แพทย์ไทยยัน ปลอดภัย
อกเล็ก กวาวเครือ.ช่วยได้
กวาวเครือไม่ก่อมะเร็ง
สัมภาษณ์จากสูตินารีแพทย์
มหัศจรรย์ แห่งสมุนไพรไทย
กวาวเครือไทยบอบช้ำรุนแรง
ปู่เซิน สุดยอดสมุนไพรจีน
ข้อมูลโสม Ginseng
ข้อมูลเก๋ากี้ Wolfberry


 
เก๋ากี้ Chinese Wolfberry
 

เก๋ากี้ เป็นผลของต้นเก๋ากี้ เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่นิยมใช้รับประทานกันในหมู่ชาวจีน ผลที่สุกแล้วจะมีสีแดงเหมือนเลือด จึงได้อีกชื่อหนึ่งว่า "ฮ่วยกี้" เป็นยาบำรุงชั้นดี ในอดีต เป็นผลไม้บรรณาการที่ใช้ถวายแด่ฮ่องเต้       

     เก๋ากี้มีปลูกทั่วไปในประเทศจีน แต่ที่ปลูกในมณฑล หนิงเซี่ย กานซู่ เหอเป่ย ส่านซี   เก๋ากี้ที่ดีต้องมีเม็ดใหญ่ สีแดง เนื้อหนา อ่อนนิ่ม รสหวาน การเก็บรักษา ควรเก็บไว้ในที่แห้ง ระวังอย่าให้ชื้น มิฉะนั้นจะทำให้เสื่อมคุณภาพ หรือขึ้นรา 

ส่วนที่ใช้ : ส่วนที่ใช้กันมากคือเมล็ด

สารสำคัญ : แคโรทีน, ไทอามีน, วิตามิน ซี เอ และบี 2, น้ำตาล, โปรตีน

สรรพคุณ : แก้ไอ วิงเวียนศีรษะ บำรุงไต เลือด ตับ และสายตา ใน Compendium of Materia Medice ของจีน  บันทึกไว้ว่า  เก๋ากี้    บำรุงไต  บำรุงปอด  บำรุงสายตา รักษาโรคตาบอดกลางคืน

ตำรับยา

ปวดหลัง ปวดเอว
                  เก๋ากี้ และ โต่วต๋ง จำนวนพอเหมาะ ต้มน้ำรับประทาน หรือใช้ปรุงอาหาร

 บำรุงร่างกาย แก้อาการอ่อนเพลีย
                 เก๋ากี้ ตังกุย โสมคน เส็กตี่ ปาเก็ก อย่างละพอเหมาะ ต้มน้ำรับประทาน

 บำรุงประสาท กล่อมประสาท ทำให้หลับสบาย
                 เม็ดเก๋ากี้ เนื้อลำไยแห้ง อย่างละ 1 ลิตร เติมน้ำ 10 ลิตร ต้มจนเนื้อยาเปื่อย กรองเอากากยาทิ้ง เคี่ยวต่อจนได้น้ำข้นๆ รับประทานครั้งละ 2 – 3 ช้อนโต๊ะ วันละหลายๆครั้ง

 แก้อาการตามัว ตาบอดกลางคืน
                     ดอกเก๊กฮวย ปาเก็ก และเก๋ากี้ จำนวนพอเหมาะ ต้มน้ำรับประทาน

 

 

“เก๋ากี้” สมุนไพรจีน อานุภาพทรงพลัง

ลดน้ำตาลในเลือด-ความดันโลหิต แถมชะลอแก่

            ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า สังคมที่เราอาศัยอยู่ในปัจจุบัน ถือเป็นสังคมที่มีความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนานาประเภท มนุษย์เราสามารถพิชิตโรคแปลกใหม่สารพัดชนิดที่เกิดขึ้นมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต อันเป็นผลจากพัฒนาการทางการแพทย์ที่มีการวิจัยและสกัดตัวยาชนิดต่างๆ พร้อมกับเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย ซึ่งช่วยยืดอายุให้กับผู้ป่วยจำนวนนับไม่ถ้วน

           ความสมบูรณ์ทางร่างกายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำพาให้มนุษย์เรามีเรี่ยวแรงและสติปัญญาในการวัฒนาสังคมให้เจริญยิ่งๆ ขึ้นไป หากแต่ในช่วงที่โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่กำลังระบาดอย่างรวดเร็ว และยังไม่สามารถคิดค้นวัคซีนยับยั้งการติดเชื้อ ผู้คนจึงหันกลับมาให้ความสำคัญกับสมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่ใกล้ตัวอีกครั้ง

           วันนี้เราลองมารู้จักกับสมุนไพรพื้นบ้านที่แสนจะธรรมดา แต่มีสรรพคุณในการบรรเทาอาการเจ็บป่วยอย่างน่าอัศจรรย์ใจ โดยไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินทองจำนวนมาก ด้วยเหตุที่สมุนไพรทั้ง 3 ชนิดนี้เป็นตัวยาที่หาซื้อง่ายเพราะมีจำหน่ายตามร้านขายยาจีนแผนโบราณ

           เริ่มจาก เก๋ากี้ สมุนไพรเม็ดแดงๆที่เมื่อบิออกดูด้านในแล้ว จะพบกับเม็ดเล็กๆสีขาวๆ อยู่ภายในเม็ดเก๋ากี้ แต่ก็สามารถรับประทานได้ทั้งเม็ดโดยไม่ส่งผลเสียใดๆต่อสุขภาพ ภาษิตจีนบทหนึ่งกล่าวถึงเก๋ากี้ไว้ว่า "เก๋ากี้โลกอยู่ที่เมืองจีน เก๋ากี้จีนต้องที่หนิงเซี่ย" อธิบายความให้เข้าใจง่ายๆ ว่าเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ยเป็นแหล่งกำเนิดและแหล่งผลิตเก๋ากี้ที่สำคัญของจีนและของโลก

           โดยเฉพาะตำบลจงหนิงที่เมื่อถึงฤดูเก็บเม็ดเก๋ากี้แล้ว จะเห็นสวนเก๋ากี้ที่เต็มไปด้วยต้นเก๋ากี้สูงท่วมหัวเรียงรายเป็นทิวแถว ขนาดของเก๋ากี้ที่จงหนิงใหญ่และมีความสดมาก เปลือกบางแต่เนื้อแน่นรสหวานชุ่มคอ มีลักษณะแบนแต่ก็ไม่กลมยาวรีแต่ไม่ลีบ ไม่จับตัวเป็นก้อน จึงสามารถเก็บไว้ได้นาน

           ในปีค.ศ. 1995 ทางรัฐบาลประกาศให้ตำบลจงหนิงเป็น "บ้านเกิดเก๋ากี้จีน" ดังนั้นเก๋ากี้ที่ผลิตจากพื้นที่แถบนี้ล้วนเป็นเก๋ากี้ที่ได้รับการการันตีเรื่องคุณภาพ ในบริเวณอื่นๆ ของประเทศก็มีการปลูกเช่นกันอย่างมณฑลเหอเป่ย์ มณฑลซานตง มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง ฯลฯ

           เก๋ากี้ที่มานำสกัดเป็นตัวยานั้นมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปีแล้ว เนื่องจากเป็นยาที่มีสรรพคุณนานัปการ ทำให้ชาวจีนตระหนักถึงความจำเป็นในการเพิ่มผลผลิตให้เพียงพอกับความต้องการ จึงมีการคิดค้นวิธีการเพาะชำขึ้นมาราว 600 ปีก่อนหน้านี้

           จุดเด่นของการปลูกเก๋ากี้ คือ สามารถปลูกได้ในสภาวะอากาศที่แห้งแล้งเพราะเป็นพืชที่มีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมสูง ไม่กลัวการคุกคามจากหนอนและแมลง ทั้งยังสามารถเติบโตได้ดีในสภาพดินทรายและอากาศแห้งแล้ง นั่นเป็นเหตุผลประการสำคัญที่ทำให้เก๋ากี้ที่ปลูกในตำบลจงเซี่ยนกลายเป็นเก๋ากี้ชนิดที่มีคุณภาพดีที่สุด เพราะสอดคล้องกับปัจจัยการเจริญเติบโตดังกล่าว

           ถ้าจะสาธยายถึงสรรพคุณของสมุนไพรเล็กพริกขี้หนูตัวนี้ คงต้องใช้พื้นที่เล็กน้อยเพราะมีประสิทธิภาพในการลดระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ดวงตามีความกระจ่างใส ลดความดันโลหิต สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ช่วยลดอาการตาฝ้าฟางและกระหายน้ำในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชะลอความแก่ บรรเทาความเหนื่อยล้ากำจัดพิษ บำรุงระบบสืบพันธุ์ ป้องกันเนื้องอก ฯลฯ

           สำหรับโรคที่พบเห็นบ่อยอย่างความดันโลหิตสูง สามารถต้มเก๋ากี้ 15 กรัมกับน้ำ ดื่มแทนน้ำชา หรือผู้ที่เป็นโรคสายตาฝ้าฟางในตอนกลางคืน ความสามารถในการมองเสื่อม สามารถนำเก๋ากี้ 6 กรัม ไปต้มกับดอกเก๊กฮวยขาวในปริมาณเท่ากัน ดื่มแทนน้ำชา จะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี หรือสามารถกินเก๋ากี้สด 20 - 30 เม็ดจะช่วยบรรเทาอาการสายตาฝ้าฟางและชะลอความแก่ ทั้งนี้จะต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลาระยะหนึ่ง จึงเกิดประสิทธิภาพ

           ด้วยสรรพคุณในด้านการเป็นตัวยาบำรุงร่างกาย จึงมีการนำเก๋ากี้ไปแช่น้ำหรือแช่เหล้า แล้วปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานาน จากนั้นก็นำมาดื่มเพื่อบำรุงอวัยวะภายใน แต่ใช่ว่าเก๋ากี้จะเหมาะกับคนทุกเพศทุกวัย เพราะตัวสมุนไพรมีฤทธิ์ร้อน ดังนั้นผู้ที่ป่วยเป็นไข้ตัวร้อน ปรากฏมีอาการอักเสบ หรือท้องเดินจึงไม่เหมาะที่จะรับประทาน เพราะอาจทวีความรุนแรงให้กับโรคได้ เนื่องจากเป็นตัวยาที่กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวของเส้นประสาทจึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีความต้องการทางเพศสูงเช่นกัน ในทางกลับกัน เก๋ากี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีร่างกายอ่อนแอและมีภูมิคุ้มกันต่ำ

           เป็นที่ทราบกันดีว่า อาหารเสริมนานาชนิดไม่เหมาะที่จะรับประทานในปริมาณมากเกินความจำเป็น ในฐานะที่เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายชนิดหนึ่ง จึงมีประโยชน์สูงสุดต่อเมื่อรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ โดยผู้ใหญ่สามารถรับประทานวันละ 20 กรัม แต่หากต้องการนำไปใช้เป็นตัวยารักษาโรค สามารถเพิ่มปริมาณเป็น 30 กรัมต่อวัน โชคดีที่ผลการวิจัยทางการแพทย์ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า เก๋ากี้เป็นสมุนไพรที่ปลอดสารพิษ สามารถใช้ประกอบอาหารหรือสกัดเป็นตัวยาและใช้เป็นเวลานานโดยไม่เกิดผลข้างเคียงใดๆ

           หลายคนอาจสงสัยว่า สรรพคุณที่กล่าวมาข้างต้นดูเหมือนจะเกินจริง แต่ชาวจีนโดยส่วนใหญ่ต่างรู้ถึงคุณประโยชน์ของเก๋ากี้และนำไปสกัดร่วมกับตัวยาชนิดอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาโรค เก๋ากี้จึงเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่อยู่คู่สังคมจีนมานานหลายพันปี  

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

สาระน่ารู้
ข้อมูลกวาวเครือทางวิชาการ
ผู้ค้นคว้าและพัฒนากวาวเครือ : รองศาสตราจารย์ ดร.วิชัย เชิดชีวศาสตร์
ต่างชาติแห่กว้านซื้อกวาวเครือ
รพ.มงกุฎวิจัย'กวาวเครือ'รักษาอัลไซเมอร์
ภาพถ่ายกวาวเครือ
นักวิจัยจุฬาพบไวอากร้าไทย
กวาวเครือในประเทศไทยมีอยู่ 4 ชนิด
แพทย์แผนไทยยัน กวาวเครือ ปลอดภัย
โอ้..อก..หญิงไทย กวาวเครือ..ช่วยได้
กวาวเครือไม่ก่อมะเร็ง
บทสัมภาษณ์จากสูตินารีแพทย์
มหัศจรรย์ !!! แห่งสมุนไพรไทย
กวาวเครือสมุนไพรไทยบอบช้ำรุนแรง
PHYTOESTROGEN , PHYTOANDROGEN ทำงานอย่างไร
ข้อมูล เขากวางอ่อน
กวาวเครือขาว ป้องกันโรคกระดูกพรุนได้
ข้อมูลเกี่ยวกับโสมคน
คิง เน็ทเวิร์ค Kings Network คิงส์เน็ทเวิร์ก
เอนไซม์เจนิฟู้ด (GENUFOOD) นายพล คนขอนแก่น
เอนไซม์ เรื่องที่ควรรู้
โรคที่เอนไซม์บำบัดได้
เมื่อร่างกายขาดเอนไซม์
วีดีโอคลิป แนะนำเอ็นไซม์ โดยนายพลคนขอนแก่น
วีดีโอคลิป รู้จักเอนไซม์โดยนักวิชาการ
วีดีโอคลิป ผู้ที่ใช้เอนไซม์ในการบำบัดรักษา


 
Copyright 2008 BeautyThailand.com All rights reserved.