ยาปลูกผม โรเกน โฟม Rogaine Foam Minoxidil ผู้ชาย
ยารักษาผมร่วง ยาปลูกผม Rogaine Foam ( โรเกน โฟม ) สำหรับผู้ชาย ตัวยาสำคัญ Minoxidil 5% เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปฏิวัติวงการ ด้วยคุณสมบัติที่เป็นโฟม ใช้งานง่าย และเหนืออื่นใด คือ ใช้แล้วได้ผลจริง ช่วยในการฟื้นสภาพเส้นผมของคุณให้กลับคืนมาอีกครั้ง
VIDEO
ผลิตภัณฑ์ปลูกผม Rogaine Foam ยอดนิยมจากอเมริกา เป็นโฟมเพียงตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA (Food and Drug Administration หรือ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของอเมริกา) จึงรับรองได้ว่าใช้แล้วปลอดภัยและได้ผลจริง
Rogaine Foam เป็นผลิตภัณฑ์ปลูกผม อันดับ 1 ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำให้ใช้
ช่วยแก้ปัญหาผมร่วง บริเวณกลางศีรษะอันเกิดจากพันธุกรรม (Male Pattern Baldness) อันเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผมร่วงที่เกิดกับผู้ชายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถปลูกผมในผู้ชายได้จริง
เนื้อโฟมประกอบด้วยตัวยาสำคัญ Minoxidil 5 %
ใช้โดยตรงกับหนังศีรษะ วันละสองครั้ง ทุกวัน
Rogaine Foam ใช้งานง่าย แห้งเร็ว และ ไม่มีกลิ่น
ไม่รบกวนการจัดแต่งทรงผม
ยารักษาผมร่วง ยาปลูกผม Rogaine Foam (โรเกน โฟม ) ผ่านการทดสอบการใช้งานในคลินิค พิสูจน์แล้วว่าสามารถช่วยปลูกผมได้อย่างมีประสิทธิภาพในผู้ชายถึง 85 % หลังจากผ่านการใช้งานไปแล้วนาน 4 เดือน เมื่อใช้วันละ 2 ครั้ง และเพราะตัวผลิตภัณฑ์โฟมจึงใช้งานง่าย ไม่เลอะเทอะ และรวดเร็ว โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมประจำวัน
ยารักษาผมร่วง ยาปลูกผม Rogaine Foam (โรเกน โฟม ) สำหรับผู้ชาย ตัวยาสำคัญ Minoxidil 5% เป็นผลิตภัณฑ์ที่ปฏิวัติวงการ ด้วยคุณสมบัติที่เป็นโฟม ใช้งานง่าย และเหนืออื่นใด คือ ใช้แล้วได้ผลจริง ช่วยในการฟื้นสภาพเส้นผมของคุณให้กลับคืนมาอีกครั้ง
เกี่ยวกับ ยาแก้ผมร่วง น้ำยาปลูกผม Rogaine
ประวัติและความเป็นมา ยาแก้ผมร่วง น้ำยาปลูกผม Rogaine เป็นผลิตภัณฑ์ปลูกผม ที่ได้รับการรับรองจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของอเมริกา (FDA-Food and Drug Administration) ว่าสามารถปลูกผมขึ้นใหม่ได้
กว่า 20 ปีจากบรรดาผู้ใช้และการทดสอบกับผู้ใช้กว่า 20000 คนในคลินิกทั้งชายและหญิง Rogaine เป็นผลิตภัณฑ์น้ำยาปลูกผม อันดับ 1 ที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางผิวหนังแนะนำให้ใช้ในการปลูกผม
ยาแก้ผมร่วง Rogaine สามารถปลูกผมขึ้นใหม่ในผู้ชายได้ถึง 85 คนใน 100 คน หรือ 85% หลังจากผ่านการใช้งานมาแล้ว 4 เดือน เมื่อใช้งานตามข้อกำหนด โดยใช้วันละ 2 ครั้ง ด้วยคุณสมบัติที่ใช้งานง่าย ใช้เวลาไม่นาน และแห้งเร็ว
ส่วนผสมหลักของ Rogaine คือตัวยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) ซึ่งทำงานแทรกซึมเข้าไปบนหนังศีรษะ เพื่อคืนสภาพเซลล์ กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม
เช่นเดียวกับการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ด้วยเหตุบังเอิญนักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่าตัวยาไมนอกซิดิล (Minoxidil ) มีความสามารถ ในการปลูกผม แก้ผมร่วง
Rogaine นำการค้นพบนี้มาขยายผล สร้างออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ปลูกผม ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของอเมริกา( FDA) นับตั้งแต่วันนั้นยาแก้ผมร่วง Rogaine ได้ช่วยให้ผู้ใช้นับล้านๆคนควบคุมอาการผมร่วง ได้ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
ปี 1988: ROGAINE 2% สำหรับผู้ชาย
ปี 1992: ROGAINE 2% สำหรับผู้หญิง
ปี 1996: ROGAINE 2% สำหรับผู้ชายและผู้หญิง ได้รับการอนุญาตให้วางขายได้ทั่วไป
ปี 1997: Men's ROGAIN 5% Extra Strength Solution ได้รับการอนุญาตให้วางขายได้ทั่วไป.
ปี 2006: ปฏิวัติผลิตภัณฑ์ด้วย Men's ROGAINE 5% Foam นวัตกรรมของการปลูกผม Rogaine Foam เป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นโฟมเพียงตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจาก FDA
สาเหตุผมร่วง ปัญหาผมร่วง อาการผมร่วง สาเหตุของผมร่วง
ก่อนที่เราจะรู้สาเหตุผมร่วง สิ่งที่ต้องรู้ก่อนก็คืออาการผมร่วง เกิดขึ้นมาได้อย่างไร เราจะพูดถึงความซับซ้อนของปัญหาผมร่วง และการใช้วิทยาศาสตร์อธิบายสาเหตุของมัน แต่ก่อนอื่นเราต้องรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเส้นผมในเบื้องต้นก่อน เพื่อทำความเข้าใจกับสาเหตุของผมร่วง ได้อย่างถ่องแท้
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเส้นผมของคุณ
โดยทั่วไปบนหนังศีรษะจะมี เซลล์รากผม หรือที่เรียกว่า Follicle หรืออาจจะเข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นรูขุมขนที่ผมงอกขึ้นมา อยู่ประมาณ 100000 เส้น
หลังจากคนเราเกิดมาแล้ว จะไม่มีเซลล์รากผมเกิดเพิ่มขึ้นมาอีก
คนส่วนใหญ่จะผมร่วงไปราว 50-100 เส้นต่อวัน แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมร่วงไปมากกว่า 150 เส้นต่อวันจะถือว่าคุณมีอาการผมร่วง
อะไรเป็นต้นเหตุของปัญหาผมร่วง ในผู้ชาย
สาเหตุผมร่วง มีได้หลายสาเหตุ แต่โดยทั่วไปกว่า 95 % ของอาการผมร่วง ในผู้ชายจะเป็นการผมร่วงที่เรียกกันว่า Male Pattern Baldness (ภาษาวิชาการจะเรียกว่า Androgenetic Alopecia หรือ Hereditary Hair Loss) ซึ่งเป็นผลร่วมกันมาจากเรื่องของฮอร์โมนและพันธุกรรม ซึ่งทั้งสองอย่างนี้เป็นสาเหตุของผมร่วง โดยจะส่งผลให้ เซลล์รากผมที่ผมงอกขึ้นมาเกิดการหดตัว ยิ่งเวลาผ่านไปกระบวนการหดตัวนี้ก็จะทำให้ช่วงอายุของกระบวนการเจริญเติบโตของเส้นผมสั้นลงเรื่อยๆ เส้นผมจะเริ่มบางมากขึ้น และสั้นลงๆ จนกระทั้งไม่มีการเจริญเติบโตอีกต่อไป
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาการ Male Pattern Baldness
อาการผมร่วง มีได้หลายสาเหตุ อย่างไรก็ตามอาการ Male Pattern Baldness เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดและโดยทั่วไปจะเกิดขึ้นอย่างถาวร โดยที่ 95% ของคนที่มีปัญหาผมร่วง จะเกิดจากสาเหตุนี้ มีัลักษณะการเกิดดังต่อไปนี้
สาเหตุของผมร่วง จากพันธุกรรมซึ่งเกิดได้จากทั้งทางพ่อและแม่
เริ่มเกิดได้ในช่วงวัยรุ่น อายุประมาณ 20-30 ปี
อาการนี้จะส่งผลกระทบต่อ 1 ใน 3 ของผู้ชายทั้งหมด
ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ชายที่มีช่วงอายุราว 50 ปี มีอาการผมบางอย่างเห็นได้ชัด
หากมีอาการผมร่วง มากกว่า 150 เส้นต่อวัน ถือว่าเป็นอาการผิดปกติ
วิธีใช้ Rogaine Foam
Rogaine Foam (โรเกน โฟม) เป็นผลิตภัณฑ์ปลูกผมที่มี Minoxidil (ไมนอกซิดิล ) เป็นตัวยาสำคัญ ใช้งานง่าย เพียงแค่ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็นก่อนนอน เท่านั้น
ขั้นตอนที่ 1 แหวกผมให้เห็นบริเวณหนังศีรษะบริเวณที่มีอาการผมร่วง
ขั้นตอนที่ 2 ถือกระป๋อง Rogaine Foam (โรเกน โฟม) ให้คว่ำลง และกดที่หัวฉีดให้เนื้อโฟมออกมาอยู่บนนิ้วมือ กะปริมาณของเนื้อโฟมที่ใช้ประมาณครึ่งฝากระบ๋อง
ขั้นตอนที่ 3 ใช้นิ้วมือ ป้ายเนื้อโฟมลงบนหนังศีรษะส่วนที่มีอาการ และนวดเบาๆให้ทั่วบริเวณที่มีอาการผมร่วง เมื่อเสร็จแล้วล้างมือให้สะอาด เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการใช้งาน
Rogaine Foam (โรเกน โฟม) ใช้งานง่าย และเร็ว และไม่มีผลกระทบต่อการใช้งานผลิตภัณฑ์จัดทรงผมแบบอื่นๆ มีสาร Minoxidil 5 % เป็นส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ปลูกผมที่เป็นโฟมตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของอเมริกา ( FDA -Food and Drug Administration )
ตัวยาสำคัญ
จุดประสงค์
ใช้ในการปลูกผมใหม่สำหรับผู้ชาย ที่บริวณส่วนกระหม่อมกลางศีรษะ ซึ่งเป็นส่วนที่เรียกว่า Vertex ดังแสดงในรูป
VIDEO
ส่วนประกอบอื่นๆ
butane, butylated hydroxytoluene, cetyl alcohol, citric acid, fragrance, glycerin, isobutane, lactic acid, polysorbate 60, propane, purified water, SD alcohol 40-B, stearyl alcohol
คำเตือน
สำหรับการใช้ทาภายนอกและสำหรับผู้ชายเท่านั้น
เป็นวัตถุไวไฟ: หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ความร้อน เปลวไฟ หรือ ควัน เมื่อใช้งาน
ไม่ควรใช้ถ้า
เป็นผู้หญิง
ปริมาณของผมร่วง แตกต่างจากที่รูปที่แสดงด้านบน หรือ ตำแหน่งที่มีอาการผมร่วงเกิดบริเวณด้านหน้าศีรษะ ทั้งนี้ ตัวยา minoxidil ใน Rogaine ไม่เหมาะจะใช้งานกับอาการผมร่วงที่เกิดบริเวณด้านหน้าศีรษะ หรือ อาการแนวผมถอยร่น
ไม่มีประวัติการผมร่วงในครอบครัว
อาการผมร่วงเกิดขึ้นแบบฉับพลันและ/หรือ เป็นหย่อมๆ
ไม่ทราบสาเหตุของอาการผมร่วง
อายุต่ำกว่า 18 ปี ห้ามใช้กับเด็กหรือทารก
หนังศีรษะเป็นสีแดง ติดเชื้อ มีอาการระคายเคือง หรือปวดบวม
มีการใช้ตัวยาอื่นบนหนังศีรษะอยู่แล้ว
หากมีอาการโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
ข้อควรรู้เมื่อใช้ Rogaine Foam (โรเกน โฟม)
ห้ามใช้กับส่วนอื่นๆของร่างกาย
หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดวงตา ในกรณีที่มีมีการสัมผัส ให้ล้างตาด้วยน้ำเย็นสะอาดปริมาณมาก
ในผุ้ใช้บางรายอาจมีอาการสีผมหรือพื้นผิวเส้นผมเปลี่ยนสภาพ
การปลูกผมใช้จำเป็นต้องใช้เวลา ผู้ใช้อาจมองเห็นผลลัพธ์ได้ภายใน 2 เดือน เมื่อใช้วันละ 2 ครั้ง ในผู้ใช้หลายรายอาจมองเห็นผลลัพธ์ได้หลังจากผ่านการใช้งานมาอย่างน้อย 4 เดือน
ปริมาณของเส้นผมที่งอกขึ้นมาใหม่จะแตกต่างกันตามแต่ละบุคคล ผลิตภัณ์ตัวนี้ไม่ได้ใช้แล้วเกิดผลกับผู้ชายทุกคน
ควรหยุดการใช้แล้วปรึกษาแพทย์เมื่อ
มีอาการปวด แน่นหน้าออก หัวใจเต้นเร็ว หน้ามืด เวียนศีรษะ
น้ำหนักมีการเพิ่มขึ้นอย่างทันทีทันใด โดยไม่สามารถอธิบายได้
มือหรือเท้ามีอาการบวม
มีผื่นแดง อักเสบ ที่บริเวณหนังศีรษะ
มีขนหรือผมที่ไม่ต้องการบนใบหน้า
ใช้แล้วไม่เห็นผลในระยะเวลา 4 เดือน
อาจเป็นอันตรายหากมีการใช้เมื่อตั้งครรภ์หรือมีการให้น้ำนม
ควรเก็บให้อยู่ห่างจากมือเด็ก หากกลืนลงคอ ให้ติดต่อแพทย์ในทันที
คำแนะนำในการใช้ Rogaine Foam (โรเกน โฟม)
ถือประป๋องให้หัวคว่ำลง ใช้ปริมาณโฟมครึ่งฝา วันละ 2 ครั้งที่บริเวณที่มีอาการผมร่วง
นวดบริเวณหนังศีรษะด้วยนิ้ว แล้วล้างมือให้สะอาด
ก่อนใช้ ควรอ่านคำแนะนำวิธีการใช้ที่ติดอยู่ที่กระป๋องให้ครบถ้วน
การใช้บ่อยมากเกินไปไม่ทำให้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้เส้นผมของคุณเพิ่มขึ้นและเจริญเติบโตต่อไป จำเป็นต้องใช้ Rogaine (โรเกน)อย่างต่อเนื่อง หากหยุดการใช้แล้วอาการผมร่วงก็จะกลับมาเกิดขึ้นอีก
ข้อมูลอื่นๆที่ควรรู้
ผลลัพธ์จากการใช้งาน Rogaine (โรเกน ) ได้รับการทดสอบในคลินิก กับผู้ชาย (ส่วนใหญ่ผิวขาว) ช่วงอายุระหว่าง 18-49 ปี ซึ่งใช้งาน Rogaine เป็นเวลา 4 เดือน
ก่อนใช้งาน ควรอ่านวิธีการใช้ที่ข้างกระป๋องให้ละเอียด
ควรเก็บกล่องไว้ เนื่องจากมีข้อมูลที่สำคัญอยู่
ควรเก็บในห้องที่มีอุณหภูมิ 20-25 องศาเซลเซียส
กระป๋องมีความดัน อย่าเจาะ หรือเผาตัวกระป๋อง ห้ามโดนความร้อน หรือเก็บที่อุณหภูมิสูงกว่า 49 องศาเซลเซียส
ผลลัพธ์หลังใช้ Rogaine
เพราะเรารู้ดีว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิงนับล้านคนมีปัญหาผมร่วง อันเป็นผลมาจากพันธุกรรมและฮอร์โมนเพศ คุณไม่ใช่คนเดียวที่มีปัญหานี้ คุณแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ?
เช่นเดียวการลดน้ำหนัก ที่คุณไม่สามารถจะผอมลงได้ในชั่วข้ามคืน การใช้ Rogaine แม้จะยังไม่เห็นผลลัพธ์ตั้งแต่วันแรกที่ใช้งาน แต่จริงๆแล้ว Rogaine กำลังช่วยคุณสร้างสุขภาพของเส้นผมที่ดียิ่งขึ้น ผมหนายิ่งขึ้น
การใช้ Rogaine (โรเกน )ทุกวัน วันละ 2 ครั้ง เช้าและกลางคืนก่อนนอน โดยใช้โดยตรงกับหนังศีรษะ เสมือนหนึ่งว่า Rogaine เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของคุณ เช่นเดียวกับการแปรงฟัน การทำเช่นนี้จะช่วยให้เส้นผมของคุณกลับมางอกงามได้ใหม่อีกครั้ง
VIDEO
อย่างแรกที่ต้องรู้ก่อนคือคือ อาการผมร่วง ของคุณเป็นอาการที่ไม่ได้เกิดชั่วข้ามคืน และ คุณไม่สามารถจะปลูกเส้นผมขึ้นมาใหม่ได้ในเวลาวันเดียว เช่นเดียวกับการใช้ Rogaine ถึงแม้ว่าคุณจะเริ่มใช้งานทันที ก็ยังต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 4 เดือน ถึงจะเห็นผมลัพธ์ที่ชัดเจน
ข้อสังเกตุในการเริ่มใช้งาน Rogaine (โรเกน ) เป็นประจำ
หลังจากที่เริ่มใช้งานมาได้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ อาจจะเริ่มเห็นอาการผมร่วง ที่เรียกว่าผลัดเส้นผมเป็นการชั่วคราว
นั่นเป็นสัญญาณที่ดีและหมายความว่ากระบวนการเกิดใหม่ของเส้นผมกำลังเริ่มต้นขึ้น
เส้นผมเก่าที่หลุดล่วงออกมาจะเริ่มมีเส้นผมใหม่ขึ้นมาแทน
เส้นผมอ่อนที่งอกขึ้นมาใหม่จะนุ่มและไม่มีสี
เมื่อใช้งานอย่างต่อเนื่อง เส้นผมใหม่จะหนาและมีสีเดียวกับผมเส้นอื่นๆของคุณ
ถ้าคุณไม่เห็นผลหลังจากใช้งานวันละ 2 ครั้ง ตลอดระยะเวลา 4 เดือน ให้ติดต่อแพทย์ผิวหนังเพื่อขอคำแนะนำ
ภาพเปรียบเ่ทียบ ก่อนใช้ หลังใช้ Rogaine
เส้นทางการใช้งาน Rogaine (โรเกน )
วันที่ 1
คุณเริ่มตัดสินใจที่จะต่อสู้กับปัญหาผมร่วง โชคดีที่คุณมี Rogaine อยู่ ก่อนเริ่มใช้ ควรอ่านคำแนะนำการใช้งานก่อน โดยใช้วันละ 2 ครั้ง ทุกวัน ตอนเช้าและกลางคืน
วันที่ 3
หลังจากเริ่มใช้งานมาได้ 3 วัน จะยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงใดๆ เพราะคุณไม่ได้เสียเส้นผมไปในชั่วคืน การงอกใหม่ของเส้นผมก็ไม่ได้เกิดขึ้นเร็วขนาดนั้น ยังคงใช้งาน Rogaine อย่าง ต่อเนื่องต่อไป พยายามใช้ให้เป็นกิจวัตร ตัวอย่างเช่น ใช้ในตอนเช้าหลังจากแปรงฟันแล้ว และใช้ตอนกลางคืนก่อนนอน และพยายามทำเช่นนี้เป็นประจำทุกวัน
สัปดาห์ที่ 1
หลังจากผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ คุณอาจจะเริ่มสังเกตเห็นเส้นผมหลุดร่วง ที่เรียกว่าการผลัดเส้นผมขึ้นมาบ้าง สังเกตจากบนหมอน หรือที่อ่างล้างหน้าการผลัดเส้นผมนี้เป็นสิ่งที่ดี นั่นหมายความว่า Rogaine (โรเกน ) กำลังทำหน้าที่ของมันอยู่ เพราะการที่จะปลูกเส้นผมใหม่ที่ดีขึ้นมานั้นจำเป็นต้องดันเส้นผมที่ไม่แข็ง แรงออกก่อน ดังนั้นให้ใช้ต่อเนื่องต่อไป อย่ากังวลเพราะอาการนี้จะเกิดไม่นาน
สัปดาห์ที่ 3
หลังจากใช้มานานระยะหนึ่งแล้ว การใช้ Rogaine อาจจะเริ่มใช้ไม่เป็นกิจวัตร พยายามใช้ให้เป็นประจำ ในสัปดาห์ที่ 3 นี้ อาการผลัดเส้นผมควรจะเริ่มช้าลงเรื่อยๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เส้นผมใหม่พร้อมที่จะงอกออกมาได้ ให้เตรียม Rogaine ให้พร้อมสำหรับใช้งานต่อไปในอีก 2-3 เดือน
สัปดาห์ที่ 8
คุณยังคงใช้งาน Rogaine เป็นกิจวัตรประจำวัน ณ จุดนี้คุณอาจจะเริ่มเห็นเส้นผมงอกออกมาบ้าง แต่ถ้ายังไม่มีก็ไม่ต้องกังวลไป ยังคงใช้ต่อไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์ที่ดีจะตามออกมาเอง หากยังไม่เห็นการงอกใหม่ของเส้นผม ให้พยายามมองหาสัญญาณที่บ่งบอกว่า Rogaine ใช้ได้ผล ตัวอย่างเช่น อาจจะสังเกตเห็นเส้นผมที่หลุดออกมาที่เตียง หมอน หรืออ่างล้างหน้าน้อยลง
สัปดาห์ที่ 14
หลังจากที่คุณใช้ Rogaine มาครบ 3 สัปดาห์แล้ว คุณจะเห็นการเจริญเติบโตของเส้นผมแล้ว แต่ถ้ายังไม่มี ก็ให้ใช้ต่อไป เพราะโดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 4 เดือนถึงจะเห็นผล
สัปดาห์ที่ 18
ผ่านไป 18 สัปดาห์ หลังจากใช้งาน Rogaine ได้ 4 เดือน คุณจะพบว่าเริ่มมีเส้นผมมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นอย่าหยุดใช้ ให้ใช้ต่อไปเรื่อยๆ หากหยุดใช้เส้นผมของคุณก็จะกลับมามีสภาพเหมือนกับตอนก่อนจะใช้ Rogaine
ผลข้างเคียง Rogaine Minoxidil
Rogaine (โรเกน ) ประกอบด้วยตัวยาสำคัญ Minoxidil 5 % ซึ่งมีผลในการช่วยสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม ทั้งนี้ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าถ้าคุณใช้แล้วจะได้ผลแน่นอน วิธีการเดียวที่จะรู้ก็คือการทดลองด้วยตัวเอง โดยการใช้งานวันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ติดต่อกันนาน 4 เดือน หากใช้นานกว่า 4 เดือนแล้วยังไม่เห็นผล ก็เป็นไปได้ว่าในกรณีของคุณ Rogaine (โรเกน ) ใช้ไม่ได้ผล
แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่สามารถระบุได้แน่นอนว่าทำไมตัวยา Minoxidil (ไมนอกซิดิล ) ถึงส่งผลให้เส้นผมงอกขึ้นมาได้ สันนิษฐานกันว่าตัวยา Minoxidil (ไมนอกซิดิล ) ทำให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณที่ผมร่วงเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้เซลล์รากผมเจริญเติบโตได้ดีขึ้น และเช่นเดียวกับตัวยาอื่นๆ Minoxidil (ไมนอกซิดิล ) ก็มีผลข้างเคียงเช่นกัน
ผลข้างเคียง ของ Rogaine (โรเกน ) ที่เกิดกับผุ้ใช้ส่วนใหญ่มักจะมีไม่มาก ซึ่งข้อนี้สามารถรับรองได้จากข้อเท็จจริงที่ว่าในอดีต Rogaine (โรเกน ) เคยจำหน่ายผ่านใบสั่งยาของแพทย์ แต่หลังจากปี 1996 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของอเมริกา หรือที่เรียกว่า FDA ได้ยอมให้สามารถวางจำหน่ายได้ทั่วไป
สำหรับผู้ใช้โดยส่วนใหญ่แล้ว ผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ Rogaine (โรเกน ) จะมีแค่ อาการคัน และระคายเคืองหนังศีรษะ เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ผลข้างเคียงบางอย่างก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้จากการใช้งาน มีดังต่อไปนี้
ผลกระทบที่เกิดกับหนังศีรษะ
มีอาการระคายเคือง
เป็นรอยแดง
แห้ง
ลอก
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงความดันโลหิต อาจะส่งผลให้เกิด
อัตราการเต้นหัวใจไวขึ้น
ปวดแน่นหน้าอก
ปวดหัว
หน้ามืด เวียนศีรษะ
หายใจลำบาก
Rogaine (โรเกน ) มีส่วนผสมตัวยาสำคัญคือ Minoxidil (ไมนอกซิดิล ) ซึ่งมีการใช้เพื่อลดความดันโลหิตให้กับผุ้ป่วยที่มีอาการความดันโลหิตสูง โดยที่ตัวยาจะช่วยคลายหลอดเลือดช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดียิ่งขึ้น ทำให้ผู้ใช้บางท่านอาจมีอาการข้างเคียงข้างต้น ซึ่งหากมีอาการข้างต้นให้หยุดใช้ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เส้นผมหลุดร่วงมากขึ้น
อาจจะฟังดูแปลกซักหน่อย แต่ผลข้างเคียง จากการใช้ยาปลูกผม Rogaine (โรเกน ) คือทำให้เส้นผมหลุดร่วงมากขึ้นในช่วงแรกๆที่ใช้งาน แต่อาการนี้เป็นแนวโน้มที่ดีเนื่องจากการที่จะปลูกเส้นผมใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เส้นผมเก่าที่อ่อนแอต้องหลุดออกมาก่อน การผลัดเส้นผมนี้ไม่ควรจะเกิดนาน หากใช้งานนานกว่า 1 เดือนแล้วเส้นผมยังหลุดร่วงมากอยู่ให้ขอคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ทำให้ผมมัน
สาร Propylene Glycol ที่ใช้ในยาปลูกผมทั่วๆไป จะทำให้ผมมัน และเหนียวทำให้ยากต่อการจัดทรง ซึ่งการที่เส้นผมที่บางอยู่แล้ว มีน้ำหนักมากขึ้น จะทำให้ผมดูบางยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ Rogaine Foam จะไม่มีปัญหานี้ ทั้งนี้ Rogaine Foam จะใช้สำหรับผู้ชายเท่านั้น
ผู้ใช้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรู้ว่าผลข้างเคียง จากตัวยา Minoxidil (ไมนอกซิดิล ) ใน Rogaine มีอะไรบ้าง ทั้งนี้การใช้งานอย่างต่อเนื่องทุกวัน วันละ 2 ครั้งตลอดระยะเวลา 4 เดือน จะเป็นตัวพิสูจน์ว่า Rogaine เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้ผลสำหรับคุณหรือไม่
กับผู้ใช้งานส่วนใหญ่ผลกระทบเดียวที่อาจจะเกิดจากการใช้งานก็คืออาการระคายเคืองหนังศีรษะ ในกรณีอื่น หากมีผลกระทบจากการเปลี่ยนความดันโลหิต ก็แนะนำให้ไปใช้ผลิตภัณฑ์อื่น หากมีข้อสงสัยแนะนำให้สอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ