|
|
|
ต่างชาติแห่กว้านซื้อกวาวเครือ
หนังสือพิมพ์ ข่าวสด วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2542 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ปี เถาะ
วันที่ 16 มี.ค. นายอภิชัย การุณยวนิช รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังการประชุมคณะกรรมการพันธุ์พืชว่า ที่ประชุมได้เห็นสมควรที่จะกำหนดให้กวาวเครือและทองเครือเป็นพืชสงวน โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพันธุ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้ โดยให้เพิ่มกวาวเครือและทองเครือทุกพันธุ์ เป็นลำดับที่ 8 และลำดับที่ 9 แห่งประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดชนิดและชื่อพันธุ์ของพืชให้เป็นพืชสงวน ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 25 กันยายน 2535 โดยขั้นตอนต่อไปจะต้องให้นายปองพล อดิเรกสาร รมว.เกษตรฯ เซ็นลงนามในประกาศ จากนั้นจะมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
สำหรับสาเหตุที่จะให้มีการประกาศกวาวเครือและทองเครือเป็นพืชสงวน ห้ามนำออกนอกราชอาณาจักรนั้น เนื่องจากขณะนี้ต่างประเทศหลายๆประเทศสนใจ สั่งซื้อกวาวเครือจากไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นและจีน เนื่องจากกวาวเครือนั้นมีคุณสมบัตินำไปผลิตเป็นยาบำรุงกำลัง บำรุงเนื้อหนังใต้ผิวหนังที่เหี่ยวย่นกลับเต่งตึง มีน้ำมีนวล ลบรอยตีนกา เสริมหน้าอก กระตุ้นเต้านมขยายตัว ช่วยให้เส้นผมหงอกกลับดำและเพิ่มปริมาณเส้นผม บำรุงตา แก้โรคตาฟาง ต้อกระจก ช่วยให้ความจำดีขึ้น และช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ ทำให้คนญี่ปุ่นและจีนแดงสั่งนำเข้ามากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประเทศญี่ปุ่นนิยมสมุนไพรกวาวเครือของไทยกันอย่างกว้างขวาง โดยกลุ่มเป้าหมายที่ใช้กันมากที่สุดได้แก่ กลุ่มวัยทอง กลุ่มกะเทย และกลุ่มเสริมพลังทางเพศ ซึ่งที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นถึงกับมีเวปไซด์ ประกาศขายกวาวเครือจากไทยกันอย่างกว้างขวาง และที่ จ.สระบุรี ได้มีการรับซื้อกวาวเครือเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพและส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น มีนักธุรกิจญี่ปุ่น มีนักธุรกิจญี่ปุ่นขอซื้อผลิตภัณฑ์กวาวเครือของไทย โดยเฉพาะบริษัทมิตซุยขอซื้อกวาวเครือมากถึง 50 ตัน ทำให้ชาวบ้านแห่กันไปขุดกวาวเครือมาขายเกือบจะหมดป่าและใกล้สูญพันธุ์แล้ว
นายอภิชัย กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้การขายกวาวเครือส่งออกไปต่างประเทศนั้น ได้รับความนิยมจากชาวบ้านมาก โดยเฉพาะแถบจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ตาก อุทัยธานี ชัยภูมิ มหาสารคาม เป็นต้น ซึ่งปริมาณที่ชาวบ้านขุดมาขายนั้น น่าเป็นห่วงและกังวลมาก เพราะขณะนี้เดิมที่เป็นลานตากมันสัมปะหลังแห้งของชาวบ้านได้เปลี่ยนมาใช้ตากกวาวเครือเพื่อส่งออกกันหมดแล้ว และบางวันการส่งออกนั้นใช้รถบรรทุกสิบล้อบรรทุกออกมาขายกันก็มี ทั้งนี้ จากเหตุการณ์ดังกล่าวจะเห็นได้ว่ามีความนิยมใช้กวาวเครือแทนฮอร์โมนกันมาก รวมทั้งการส่งออกที่เพิ่มขึ้นเป็นเหตุให้ปริมาณกวาวเครือลดลงอย่างลดเร็ว และไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งหากไม่มีการควบคุมหรือสงวนไว้อาจทำให้สูญพันธุ์ได้ภายใน 5 ปี และกวาวเครือในแต่ละพื้นการสงวนพืชที่มีคุณสมบัติพิเศษไว้ในงานวิจัยและประเทศต่อไป ดังนั้น จึงเห็นสมควรที่จะให้กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดำเนินการออกประกาศเป็นพืชสงวนตาม พ.ร.บ. พันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ไว้เป็นเบื้องต้นด้วย
รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการออกประกาศให้กวาวเครือและทองเครือ เป็นพืชสงวนตาม พ.ร.บ. พันธุ์พืช พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2535 แต่ขอบเขตของการสงวนก็ทำได้เฉพาะส่วนของพืชที่ใช้พันธุ์ เช่น หัวสด เท่านั้น ไม่ได้รวมถึงส่วนอื่นๆ ของพืชที่ตามแล้วหรือในรูปของวัตถุดิน ดังนั้น เห็นว่าหากประกาศเป็นพืชสงวน ผลการควบคุมยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ จึงคิดว่าควรให้ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันแพทย์แผนไทย หารือทางกฎหมายกับกระทรวงพาณิชย์และกรมป่าไม้ เพื่อออกประกาศใช้แล้ว ทางกระทรวงเกษตรจะได้หาทางจดกวาวเครือและทองเครือเป็นลิขสิทธิ์พืชของไทยด้วยเพื่อป้องกันต่างประเทศนำไปแสวงหาผลประโยชน์อย่างเช่น หญ้าเปล้าน้อย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กวาวเครือเป็นที่นิยมของต่างประเทศอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นนั้นให้ความสนใจชัดเจน ถึงขั้นที่ติดต่อผ่านทูตไทยประจำกรุงโตเกียวเพื่อที่จะขอชื่อกวาวเครือจากประเทศไทยเลยทีเดียว เพื่อนำไปเป็นยาบำรุงกำลังและนำไปเป็นส่วนผสมของเครื่องสำอางและอื่นๆ เพื่อผลิตเป็นการค้าออกมา |
สาระน่ารู้ |
|
|
|