|
|
|
กวาวเครือสมุนไพรไทยบอบช้ำรุนแรง
|
กวาวเครือสมุนไพรไทยบอบช้ำรุนแรง
กวาวเครือสมุนไพรไทยบอบช้ำรุนแรง : กวาวเครือสมุนไพรไทย ยังไร้แววต้อนรับจากผู้บริโภค แม้ อย. ออกโรงแจงไม่ส่งผลต่อการเกิดมะเร็งแถมยังมีประสิทธิภาพลดความจำเสื่อมอัลไซเมอร์ได้ ผู้ประกอบการชี้คนไทยยังไม่กล้าเสี่ยงเหตุรับรู้ข่าวร้ายมากเกินไป เฮลท์เฮิร์บ โปรดักส์ ประเมินความเสียหายสินค้าค้างสต็อก หลังลูกค้าคืนไม่ต่ำกว่า 10 ล้าน ประเทศสูญเสียรายได้จากการส่งออกกว่า 2,000 ล้านต่อปี เร่งทำตลาดส่งออก-ร่วมทุนต่างประเทศ ด้านขาวละออดึงจุดเด่นกวาวเครือสู่ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง
ปลายปี 2541 กระแสความนิยมในผลิตภัณฑ์กวาวเครือทั้งขาวและแดงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติเฉพาะตัวที่ถูกยกขึ้นมาสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือ ทำให้ทรวงอกผู้หญิงอวบอิ่ม และเพิ่มขนาด เพิ่มสมรรถภาพทางเพศของชาย รวมทั้งยังเหมาะกับผู้ชาย-หญิงวัยทองอีกด้วย
ความนิยมในผลิตภัณฑ์กวาวเครือนั้นทำให้มีผู้ประกอบการเริ่มอาศัยโอกาสเข้ามาทำตลาดมากขึ้น แต่กวาวเครืออยู่ในกระแสความนิยมได้เพียง 6 เดือนเท่านั้น ก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากหน่วยงานของรัฐ คือ อย. ออกมาเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดจากการบริโภคกวาวเครือ คือ การใช้ฮอร์โมนเข้าไปกระตุ้นในร่างกายอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
|
กลางปี 2542 มูลค่าการตลาดผลิตภัณฑ์กวาวเครือ ที่เริ่มทวีขึ้นก้าวกระโดดในแต่ละเดือนนั้นหยุดทันที เช่นการประเมินว่าเฉพาะการส่งออกผลิตภัณฑ์กวาวเครือไปยังญี่ปุ่นประเทศเดียวทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้กว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการไทยนั้นก็อยู่ในอัตราไม่ต่างกันนัก ตลาดฟุบยาวเหตุคนไทยยังไม่กล้าเสี่ยง นายนิติพน นิติภูมิเวชกุลกรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮลท์เฮิร์บ โปรดักส์ จำกัด ผู้ผลิตสินค้าจากกวาวเครือป้อนบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศให้สัมภาษณ์ "กรุงเทพธุรกิจ" ภายหลังที่คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ออกมาชี้แจงว่าผลิตภัณฑ์จากกวาวเครือไม่ได้ส่งผลกระทบต่อร่างกายที่จะก่อให้เกิดมะเร็งว่า แม้จะเป็นข่าวดีสำหรับผู้ผลิตสินค้าจากกวาวเครือ แต่ก็ไม่ได้กระตุ้นให้ตลาดกลับมาคึกคักเหมือนที่ผ่านมา ธุรกิจนี้เริ่มนับหนึ่งใหม่ แม้ลูกค้าบางกลุ่มมีข้อมูลเกี่ยวกับกวาวเครืออยู่แล้วแต่เพราะผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังมีมุมมองที่ไม่ค่อยดีนักต่อกวาวเครือทำให้การเติบโตยังมองไม่เห็น ทั้งนี้ส่วนหนึ่งมาจากการชี้แจงของ อย. ว่า กวาวเครือไม่เป็นอันตรายนั้นไม่ได้มีการทำอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่พยายามทำให้กวาวเครือกลับมามีอัตราการเติบโตเหมือนที่ผ่านมา เช่น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ทดสอบผลข้างเคียงเพิ่มเติม กรมส่งเสริมการส่งออกสนับสนุนในการทำตลาดต่างประเทศรวมทั้งผู้ประกอบการที่เริ่มทำตลาดมากขึ้น
"ตอนนี้กวาวเครือยังไม่กลับมาเหมือนเก่าแม้จะมีข่าวดีแล้วก็ตาม เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ได้รับข่าวสารในมุมมองที่ไม่ดีนัก ทำให้มีความคิดไม่อยากเสี่ยงประกอบกับการชี้แจงของ อย. ไม่ได้ทำอย่างต่อเนื่อง" นายนิติพน กล่าว
|
เฮลท์เฮิร์บลูกค้าคืนสินค้าสูญ 30 ล./เดือน สำหรับบริษัทนั้น นายนิติพน กล่าวว่า ในช่วงที่ตลาดมีการเติบใตนั้นบริษัทผลิตป้อนให้ผู้จัดจำหน่ายในประเทศและส่งออกประมาณ 30 ล้านบาทต่อเดือน โดยมีสัดส่วนส่งออก 30% แต่เมื่อกระแสข่าวในด้านลบทำให้ยอดขายของบริษัทลดลงทันที กล่าวคือ ไม่มียอดสั่งซื้อเข้ามาเลยทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ ที่สำคัญมีลูกค้าคืนสินค้าทั้งหมด โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นส่งสินค้าคืนและยังชะลอการสั่งซื้อ แม้ว่าผลิตภัณฑ์กวาวเครือในประเทศญี่ปุ่น จะเป็นที่รู้จักและยอมรับมาเป็นเวลานานแล้วก็ตาม แต่ด้วยกระแสข่าวในประเทศที่รุนแรงเกินไป ทำให้ลูกค้าเกิดความกลัวและไม่อยากเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง
นอกจากปัญหาที่เกิดกับลูกค้าคืนสินค้าแล้ว นายนิติพน กล่าวว่า บริษัทยังได้รับผลกระทบจากการลงทุนในด้านการผลิต คือ การปลูกที่จังหวัดเชียงรายกว่า 1,500 ไร่ ซึ่งลงทุนกว่า 20 ล้านบาท
ทั้งนี้สินค้าที่รับคืนจากลูกค้านั้นบริษัท จำเป็นต้องแบกสต๊อกเอาไว้ โดยระบายสินค้าได้เพียงเล็กน้อยในตลาดส่งออกที่ผู้บริโภคไม่ตื่นตระหนกกับอันตรายของกวาวเครือ เช่น ตลาดจีน เป็นต้น
หันหน้าพึ่งตลาดส่งออก สำหรับทางออกในการทำตลาดของบริษัท ในช่วงที่ตลาดในประเทศยังไม่ฟื้นตัวนั้น บริษัทได้เน้นทำตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนไปถึง 70% ตลาดหลักอยู่ที่ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน ฮ่องกง มาเลเซีย อเมริกา เป็นต้น นอกจากนี้บริษัทอยู่ในระหว่างการพิจารณาที่จะร่วมทุนกับผู้ผลิตยาแผนปัจจุบันของจีนสกัดแล้วเป็นสินค้าสำเร็จรูป
นายนิติพน กล่าวว่า สำหรับระยะเวลาในการฟื้นตัวของผลิตภัณฑ์กวาวเครือในประเทศนั้น หากหน่วยงานของรัฐให้ความสำคัญกับพืชสมุนไพรตัวนี้มากขึ้น มีการให้ความรู้ต่อผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง เพราะผลวิจัยในด้านพิษเฉียบพลันและก่อให้เกิดมะเร็งไม่มีแล้ว คาดว่าภายใน 2-3 ปี จึงจะทำให้กวาวเครือได้รับความนิยมอีกครั้ง
"ตอนนี้กวาวเครือต้องได้รับการร่วมมือกับหลายฝ่าย โดยเฉพาะภาครัฐต้องให้ข้อมูลแก่ผู้บริโภคอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพราะกวาวเครือเป็น 1 ใน 5 ของพืชสมุนไพรที่กระทรวงสาธารณสุขส่งเสริมเพราะลำพังผู้ประกอบการจะออกมาชี้แจงอย่างเดียวจะลำบากกว่าการที่หน่วยงานของภาครัฐออกมาชี้แจง" กรรมการผู้จัดการบริษัท เฮลท์เฮิร์บ โปรดักส์ กล่าว
ขาวละออดึงจุดเด่นสู่เวชสำอาง ทางด้านนายวัชรพงษ์ พงษ์บริบูรณ์ กรรมการผู้จัดการห้างจำกัด ขาวละออเภสัช กล่าวกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่าความหวังที่จะให้กระแสกวาวเครือกลับมาโดดเด่นและมีอัตราการเติบโตเหมือนที่ผ่านมานั้นค่อนข้างลำบาก เพราะการเปลี่ยนแปลงความคิดของคนไทยจากที่เคยรับรู้ในสิ่งที่เป็นผลลบต่อกวาวเครือให้เปลี่ยนไปมีความคิดในเชิงบวกค่อนข้างยาก ซึ่งคาดว่าตลาดในประเทศอาจชะลอค่อนข้างนาน
โดยในช่วงที่กวาวเครือมีอัตราการเติบโตนั้นบริษัทมีสัดส่วนยอดขายประมาณ 30% และหลังจากถูกกระแสในด้านลบยอดขายก็ตกลงเช่นกัน ทั้งลูกค้าคืนสินค้า ทำให้บริษัทหยุดผลิตและจำหน่ายในประเทศทันทีมีเพียงตลาดส่งออก
อย่างไรก็ตามบริษัทในช่วง 2 ปีที่กวาวเครืออยู่ในระหว่างมรสุมอย่างรุนแรงนั้น นายวัชรพงษ์ กล่าวว่า บริษัทยังหวังว่ากวาวเครือจะกลับมามีอัตราการเติบโตบ้างแม้จะไม่เท่ากับที่เคยเติบโต ดังนั้นบริษัทจึงได้พัฒนาสินค้ารอตลาด โดยกวาวเครือเม็ดได้พัฒนาในตัวผลิตภัณฑ์ด้วยการเคลือบน้ำตาลเพื่อสะดวกในการรับประทาน รวมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็น "ฟิอองเซ" เพื่อให้ภาพลักษณ์สินค้าดีขึ้นสำหรับส่งออก
นอกจากนี้ยังได้ดึงจุดเด่นของกวาวเครือที่ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งมาขยายไลน์สินค้าสู่เวชสำอาง ในกลุ่มบำรุงผิวพรรณ ผิวหน้า เช่น อายเจล เป็นต้น
"กวาวเครือเป็นสมุนไพรที่มีอนาคตแต่โดนมรสุมค่อนข้างรุนแรงทำให้ตลาดในประเทศหายไปทันที มีเพียงตลาดส่งออกเท่านั้นที่ทำได้อยู่" นายวัชรพงษ์ กล่าว หวังเครือขาวเทียบเท่าโสม ทางด้าน นายสิทธิชชัย สมบูรณ์เวชชาการ กรรมการผู้จัดการบริษัท อ้วยอันโอสถ กล่าวว่า บริษัท เน้นส่งออกกวาวเครือในแถบเอเซียมากกว่าการทำตลาดในประเทศ ที่ผู้บริโภคยังรอความชัดเจนในผลต่อร่างกายระยะยาวจากทางภาครัฐอยู่ ขณะที่ผู้บริโภคต่างประเทศ ค่อนข้างมั่นใจมากกว่า โดยบริษัทนั้นจะเน้นประเทศแถบเอเซีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง เป็นต้น
อย่างไรก็ตามนายสิทธิชัย กล่าวว่า หากภาครัฐให้ความชัดเจนในผลการวิจัยกวาวเครือมากกว่านี้ จะทำให้การส่งออกและตลาดในประเทศขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะกวาวเครือขาวนั้นจะเป็นตัวแทนสินค้าไทยส่งออกเทียบเท่ากับโสมของเกาหลี "กวาวเครือคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกนานที่ผู้บริโภคจะมั่นใจมากกว่านี้โดยเฉพาะข้อมูลจากภาครัฐทำให้ตลาดในตอนนี้ยังไม่กลับมาเติบโตมากนัก แต่ถ้าทุกฝ่ายมีการร่วมมือกันกวาวเครือจะเป็นสินค้าที่ส่งออกที่มีชื่อเสียงของไทยเทียบเท่ากับโสมเกาหลีได้" นายสิทธิชัย กล่าว | |
สาระน่ารู้ |
|
|
|